-_-”

ธันวาคม 13, 2009

“ไม่เป็นไรนะ เราอยู่ตรงนี้แล้ว” เขาพูดกับเธอพลางกุมมือเธอไว้
“ขอบคุณนะคะ” เธอบอกเขา พร้อมด้วยรอยยิ้ม ตาหยี่เหมือนเคย
……………………………….
เป็นเรื่องที่น่าอิจฉาเขาทั้งคู่ เมื่อได้อ่านเรื่องราวของเขาในโลกอินเตอร์เน็ต
เขาและเธอเจอกันในอินเตอร์เน็ตแบบไม่ได้มองหากันแบบหาเนื้อคู่
แค่มีสิ่งหนึ่งที่เขาชอบคล้ายกัน และสิ่งๆ นั้นนำคนสองคนมาเจอกัน

“เขาชอบอ่านหนังสือ อ่านบล็อกของนักเขียนคนเดียวกันเธอ
เธอชอบอ่านหนังสือ อ่านบล็อกของนักเขียนคนเดียวกับเขา”

นี่คือเรื่องบังเอิญ หรือ มีใครกำหนดไว้
ทุกครั้งที่เขาและเธอ คุยกันจะเกิดความสบายใจ สนุกและสนาน เวลาเขามีอะไรไม่สบายใจ
เขาจะออนไลน์ เอ็มเอสเอ็น หาเธอ แม้จะไม่ทุกครั้งที่เธอไม่มีคำแนะนำให้เขา
แต่ทุกครั้งเธอจะมีเสียงหัวเราะให้เขาเสมอ ด้วยความร่าเริงของเธอ
คือเหตุผลให้เขาเลือกที่จะออนเอ็มเอสเอ็นแล้วมองหาเธอ
เวลาเธอไม่สบายใจ หรือ เผชิญกับโลกความจริงอันโหดร้าย
เธอมักจะเขียนบล็อก และเขาจะเขียนข้อความธรรมดาๆ
แต่นั้นคือ กำลังใจที่ดีของเธอ

บางคนบอกว่าความรักที่เกิดจากอินเตอร์เน็ตมักจะเป็นความรักจอมปลอม
แต่สำหรับเขาทั้งคู่ อินเตอร์เน็ตแค่พาเขามาเจอกัน ที่เหลือเขาสองคนสานต่อกันเอง
อีกอย่างเขาและเธอไม่ใช่เพราะหาคู่แต่เพราะ ‘ความชอบ’

……………………………….
………………………………………….
.
โอว โหย๋ว สุดแสนโรแมนติกจัง!
อ่านเรื่องนี้ในวันที่เรียกได้ว่าโหดร้ายที่สุด ไม่ใช่วันซิ ปีที่โหดร้ายเลยก็ได้
ทุกอย่าง ทุกสถานการณ์ ทุกปัญหา ถาโถมเข้ามาอย่างบาคลั่งไม่ให้พักบ้างเลย
ในขณะเดียวกันก็ไมมีที่พักผิง ไม่มีใครให้กุมมือบ้างเลย…….สักคน
น้ำตาค่อยค่อยซึมไหลลงอย่างช้าช้า
ฉันไม่คู่ควรกับฟ้าหลังฝนอย่างนั้นเหรอ ฟ้าหลังฝนที่ใครบ่นกันหนาหูความสวยงาม สวยงามหรือเปล่าไม่รู้
รู้แต่เจอพายุมานานเหลือเกิน ………….เพียงลำพัง ถ้าไม่ได้เผชิญเพียงลำพังคงดีกว่านี้สักนิดนึง

“ไม่ใช่แค่ใครก็ได้ แต่คนที่รักเรา และเราก็รักเขา โดยไม่พยายามที่จะรัก อยู่ที่ไหนกัน มีตัวตนไหม”

จะว่าไปถ้าผู้ชายในละครมีจริง ครูกุ๊ก คงเป็นคนคนนั้นที่ฉันอยากจะรัก
เพราะเข้าใจความรู้สึกของอลิน ไม่ใช่ใครก็ได้ แค่เป็นคนธรรมดาที่รักเราดูแลเรา
อยู่ด้วยและรู้สึกอุ่นใจ ที่สำคัญเธอรักเขา

…………………………………….

“ฟ้าหลังฝน อดทนรอเพื่อชื่นชมความสวยงาม”


ลมหนาว

พฤศจิกายน 21, 2009

สวัสดีลมหนาว!

ลมหนาว เจ้าไปอยู่ไหนมา ไฉนเลยเพิ่งมาเอาตอนนี้
หรือ เจ้ามาตอนนี้เพราะถูกที่ถูกเวลาถูกฤดูกาลแล้วใช่ไหม

ลมหนาวมาหอบไอเย็นมาชุ่มชื่นในยามราตรีท่ามกลางหมู่ดาว
แล้วเจ้าก็หอบหุ้มไอแดดในตอนกลางวัน
พร้อมด้วยความสุข สดใส ของเทศกาลดอกไม้บ้าน เทศกาลแห่งความรัก ความสุข

ช่างดีจริง!!!

แต่เจ้าลมหนาว เจ้ารู้อะไรไหม เจ้ายังพา “ความเหงา” มาหาเราอีกด้วย
ไม่เอาแล้ว เราไม่อยากเหงาแล้ว เจ้าไม่เอาความเหงามาได้ไหม
สัญญานะ ลมหนาว ว่าจะไม่เอาความเหงามาให้เรา

อีกอย่าง เจ้าอย่าเอาความหนาวไปให้คนจร หรือ คนยากไร้นะ เพราะ
“ความหนาวคือ ความรื่นรมย์ของชนชั้นกลาง
แต่เป็นความทรมานของคนจน” ใครบางคนบอกเอาไว้

แต่เราอยากให้เจ้าลมหนาว หอบไอเย็นๆ มาแบบ พอดี และ พอเพียง
พอดี พอเพียง กับ ทุกคน และ ทุกคน

ลมหนาวหน้าหนาวนี้เราจะต้องอ่านหนังสือแล้วล่ะ เราไม่รู้ว่าเราจะสอบได้ไหม
แต่เราจะพยายามสอบให้ได้ อย่างน้อยปีนี้ เราก็มีไอเย็นของลมหนาวอยู่ข้างกายเรา

วู้ว
วู้ว
วู้ว
………
……….
…………

อากาศที่นี่คล้าย “ปาย” เลย
(เราไม่เคยหรอกนะ เราเคยอ่านหนังสือแล้วจินตนาการตาม)
แต่ปายคือ สถานที่ที่เราอยากไป
เพราะที่นี่ เจลสีแดงของเทอร์โมมิเตอร์เริ่มเหลือน้อยลงแล้ว
แสดงถึงอากาศที่เย็นลง
เราขอไปซุกตัวในผ้าอุ่นๆ ก่อนดีกว่า

สวัสดีนะลมหนาว


เว้นระยะห่าง ให้มากขึ้น

พฤศจิกายน 7, 2009

คนที่ใช่ที่ เรารักไม่ได้ มันทรมานมากนะรู้ไหม

ย้อนกลับไปเมื่อก่อนที่จะจบชั้นมหาวิทยาลัย ช่วงปี 2 ถึง ปี 4 ความเหงา เดียวดาย อ้างว้าง
ถาโถมเข้ามาอย่างบ้าคลั่ง ไม่ว่าจะเทศกาลสำคัญไหนๆ ที่ใครต่อใครต่างมีคู่ แต่ฉันเดียวดาย
เพราะรักคนคนนึงมากต่างหาก พี่ชายที่แสนดี คนนั้น คนที่รักที่สุด คนที่รักเสมอ
จนไม่คิดว่าจะมีใครมาทำให้ลืมเขาไปได้ ทั้งๆ ที่ฉันก็มีคนผ่านเข้ามา ที่ดี และจริงใจ แต่ฉันกลับไม่รักเขา
ไม่เข้าใจต้วเองเหมือนกัน และนี่คือ ความเหงาที่ทรมานที่สุดนานนับหลายปี
การเจอคนที่ใช่ ใช่ว่าจะเจอกันได้บ่อยๆ

แต่แล้ว เมื่อฉันได้มาทำงาน ณ สถานที่แห่งหนึ่ง ใจกลางเมืองหลวงอันยิ่งใหญ่ไพศาลแห่งนี้
เราได้มาพบกัน – ฉันมาพบเขา เขามาพบฉัน
เป็นการเจอกันที่ฉันเหม็นขี้หน้าเขาตั้งแต่แรกพบสบตา
เมื่อเราใกล้กันมากขึ้น รู้จักกันมากขึ้น สนิทกันมากขึ้น มีเรามีเขา มีเพื่อนๆ จนเป็นกลุ่ม

“ความรู้สึกของฉันเริ่มเปลี่ยนไปตอนไหน ฉันเองก็ไม่รู้”

จนเกิดคำถามที่ว่า
“แน่ใจใช่ไหมว่า เขาคือความรัก หรือ ความประทับใจ”

แต่สิ่งหนึ่งที่รู้คือ เขาแทนพี่ชายที่แสนดีคนนั้นของฉันไม่ได้ แต่เขาเป็นคนที่ฉันอยู่ด้วยแล้วอบอุ่น
ปลอดภัย อยากคิดถึงทุกวัน ประทับใจทุกครั้งที่ใกล้กัน ไม่เคยโกรธสักครั้งแม้พี่เขาดุเด็กดื้ออย่างฉัน
แคร์ความรู้สึกเขาอันดับต้นๆ ที่สำคัญฉันไม่คิดถึงพี่ชายที่แสนดีอีกเลย ไม่ใช่ลืมนะ แต่กลับรู้สึกเหมือน
เขาคือ คนที่ใช่ ………………………. (แต่รักไม่ได้)

เคยลองจินตนาการเล่นๆ (ที่รู้ว่าเป็นไปได้) ระหว่างเจ้านายโดเรมอน (พี่ชายคนแรก) กับ พี่ชายคนนี้ ถ้าให้เลือก
แปลกกับความรู้สึกตัวเอง …. ฉันเลือกพี่ชายที่แสนดี ที่ไม่ใช่เจ้านายโดเรมอน

คำถามหนึ่งก็ผลุดขึ้นมาในจินตนาการเล่นๆ
“ถ้าเจอกันเร็วนี้เราจะรักกันได้ใช่ไหมคะ”

ฉันไม่รู้อาจรักได้ หรือ รักไม่ได้ แต่ก็ยังมีความหวังมากกว่าตอนนี้
ฉันรู้ว่าเขามีคนของเขา ฉันเข้าใจถ้าฉันมีใครสักคนที่เรียกว่า แฟน
ต้องรัก ต้องหวง ต้องห่วง เป็นธรรมดา แต่สิ่งหนึ่งที่ฉันจะให้คือ “ความไว้ใจ+เชื่อใจ”
ที่กลัวที่สุด คือ การจากลา

ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ระหว่างเราจะได้เจอกันอีกไหม แต่สำหรับฉัน
ฉันอธิษฐานว่า ระหว่างนี้ ระหว่างที่พี่ยังไปไหนมาไหนได้บ้าง
ยังเรียกคนอีกคนว่าแฟน โดยยังไม่เปลี่ยนสถานะเป็นอย่างอื่น
ขอให้เรายังเจอกันบ้างได้ไหม เจอกันในรูปแบบ กลุ่มของเรา

“โปรดให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งมีความทรงจำที่ดีกับพี่ชายคนนี้ของเขา
ก่อนที่จะไม่ได้เจอ เพราะสถานะของพี่ชายอาจเปลี่ยนไป”

เขาเป็นใครฉันไม่รู้ รู้แต่ เขาคือ คนที่ใช่ ผู้ชายอบอุ่น ของเด็กคนนี้

ก่อนหน้านี้เคยมีพี่อีกคนอำว่า พี่ชายเป็นโรคหัวใจ
รู้ไหม วินาทีนั้นนอกจาก ตกใจ
สิ่งที่วิ่งพล่านเข้ามาในความคิดชั่ววูปตอนนั้นคือ
“ถ้าพี่เป็นอะไรไป แล้วไม่มีใครดูแล ไม่มีใครสนใจ
พี่มีหนูนะคะ หนูจะข้างๆ พี่ตลอดเวลา”

ทั้งหมดเรียกว่า รัก ได้หรือเปล่า
ที่รู้คือ ความผูกผัน ความสนิท ความอบอุ่น ความประทับใจ
หล่อหลอมเป็นคำว่า “ความรัก”

มันทรมานมากรู้ไหมที่เป็นความรักต้องห้ามแบบนี้
ทว่า ถ้าตอนนี้ฉันเจอใครสักคนที่เป็นคนที่ใช่ – คือ คนที่รักฉัน แต่ฉันต้องรักเขาด้วย แบบไม่ฟืนใจ
ฉันก็รู้สึกไม่ทรมานอย่างนี้ แต่ฉันไม่เจอคนแบบเขาเลย
นานนับหลายปีที่เป็นแบบนี้ ……………………….

มีคนบอกว่า ในความร้ายร้าย ย่อมมีสิ่งที่ดีซ่อนอยู่
แต่ฉันไม่รู้จริงๆ ว่าฉันจะได้สัมผัสเมื่อไร
เพราะทุกเรื่องถาโถมเข้ามาอย่างหนัก และ หนัก เป็น ปีกว่าๆ ติดต่อกัน

สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนี้ คือ “ระยะห่าง”
ระยะห่างระหว่างเราสองคน
ระยะห่างระหว่างกลุ่มของพวกเรา
แต่ขอเถอะ ถ้ามีระยะห่างที่ทุกวันนี้ก็ห่างกันแล้ว
ขอแค่ “อย่าไปเลยนะ อย่าจากไปไหนอีกนะเธอ”
แค่อยู่ตรงนี้ในฐานะ พี่ชาย แบบนี้ แต่อย่าจากไป อย่าโกรธกัน อย่าหนีไปเลยนะ

“โปรดให้เด็กผู้หญิงคนนี้มีช่วงเวลาที่อบอุ่นที่ไม่เคยได้มีบ้างนะคะ”

ขอบคุณพื้นที่นี้ที่อยู่เป็นเพือนนะ ปกติฉันไม่คนที่อ่อนแอ
แม้ว่าถ้าการเจอกัน แล้วฉันต้องมีน้ำตา หรือ เศร้า และยิ้มหัวเราะร่าไปพร้อมกัน
ฉันก็พร้อมที่จะเจอ จะอยู่ข้าง(พี่)เขาเสมอ
ขอแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็พอแล้ว

มีเพลงอยู่หนึ่งเพลง ด้วยเนื้อร้อง หรือ ทำนอง หรืออะไรก็ตาม รู้สึกว่า แต่งขี้นให้ฉันรึเปล่า??

สอนให้รู้หน่อย ให้ตาสว่าง สอนให้คิดบ้าง ให้ฉันโกรธแค้นเธอ
สอนให้รู้สึก ว่าทุกข์ที่เจอ เพราะว่ารักเธอ ก็เลยเจ็บแบบนี้
ถึงจะรู้ แต่ก็ทำไม่เป็น ทั้งที่เห็น ว่าเธอทำขนาดไหน

ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง ถึงจะอยากเกลียดเธอแทบตาย ได้แต่เก็บมันข้างใน
แล้วก็เจ็บใจตัวฉันเอง ที่มันโกรธเธอไม่ได้ ถึงจะอย่างไรก็รักเธอ
ได้แต่ถามกับตัวเองอยู่เสมอ.. จะให้ฉันเลิกรักเธอได้อย่างไร

ทั้งที่น่าโกรธ โกรธแค้นชิงชัง ทั้งที่หลายอย่าง ถูกเธอทำช้ำใจ
ทั้งที่รู้อยู่ ที่รักเธอไป ฉันต้องเสียใจ ที่เธอไม่เหลียวแล
ถึงจะรู้ แต่ก็ทำไม่เป็น ทั้งที่เห็น ว่าเธอทำขนาดไหน
ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง ถึงจะอยากเกลียดเธอแทบตาย ได้แต่เก็บมันข้างใน
แล้วก็เจ็บใจตัวฉันเอง ที่มันโกรธเธอไม่ได้ ถึงจะอย่างไรก็รักเธอ
ได้แต่ถามกับตัวเองอยู่เสมอ..จะให้ฉันเลิกรักเธอได้อย่างไร

ฉันก็เกลียดเธอไม่ลง ถึงจะอยากเกลียดเธอแทบตาย ได้แต่เก็บมันข้างใน
แล้วก็เจ็บใจตัวฉันเอง ที่มันโกรธเธอไม่ได้ ถึงจะอย่างไรก็รักเธอ
ได้แต่ถามกับตัวเองอยู่เสมอ.. จะให้ฉันเลิกรักเธอได้อย่างไร


เกิดอะไรขึ้น??

ตุลาคม 22, 2009

เคยเหงาไหมคะ…
เคยอ้างว้างไหมคะ….

มนุษย์เงินเดือน คำที่ฉันไม่ชอบเลย มันมีความเหนื่อยอยู่ไหนนั้น เวลาส่วนตัวอาจถูกดูดไปอย่างสิ้นเชิง
โดยเฉพาะสังคมใหม่ ๆ ที่เข้ามาหาเราอยู่เสมอ สังคมที่ไม่มีความจริงใจเอาซะเลย สังคมที่จริงใจเท่าไรก็ไม่ได้อะไรกลับมา
ไม่ต้องพูดถึงค่าตอบแทนอันน้อยนิดที่ได้รับ (ที่ไม่รู้จะคุ้มค่ากันหรือเปล่า)
คิดถึง แก๊งนินจา จัง…… คิดถึงอยู่ตลอดและเสมอ จริง ๆ นะ อย่างน้อยก็โชคดีที่ฉันได้มาเจอเธอ !

เคยรักใครสักคนที่รักไม่ได้ไหมคะ….
เคยรู้สึกเจอคนที่ใช่ที่รักไม่ได้หรือเปล่า…
เขาไม่ใช่แค่ความประทับใจ แต่เขาเป็น…. “ความรัก”
อย่างน้อยยังรู้สึกดีนะที่ได้มาเจอกับเขา ความอบอุ่น คำสั่งสอน รอยยิ้ม มิตรภาพ ฯลฯ ………ที่อบอวลอยู่ในวงกลมวงนี้
ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไร ตอนนี้ไม่รู้จริง ๆ
สับสนวุ่นวายไปหมดเลย
ไม่มีข้อความอย่างนักเขียน ไม่มีสำนวนหรู ๆ ไม่มีบทความดี ๆ
เราเป็นอะไรไปนะ…………….

คำนิยม หน้านี้ขอเถอะไม่มีคำสวย ๆ หรู ๆ แต่พื้นที่ตรงนี้คือเพื่อนพูดคุยยามเหงา


ฝันไปหรือเปล่า

ตุลาคม 10, 2009

สถานที่แห่งหนึ่งแห่งนั้นที่ไหนก็ไม่รู้ แล้วไหงถึงมาที่ไหนได้ล่ะเนี่ย
ภายในบ้านโล่ง ๆ ไม่มีผู้ใดที่หน้าตาละม้ายคล้ายว่าจะคุ้นเคยพอที่จะเรียกว่าคนรู้จักได้เลย
ฉันก็เดิน เดิน เดิน ……. เดินทั้ง ๆ ที่ไม่รู้จุดหมาย
พลันใดนั้นก็ได้พบกับชายหนุ่มร่างสูงเขายืนอยู่ตรงนั้น
ฉันก้าวเข้าไปอย่างช้าช้าในวินาทีที่เขาหันหลังกลับมาพอดี
ในนาทีที่เห็นเขาทำให้ความกลัวของฉันค่อย ๆ ลดลง เพราะเขาคือ “พี่ชาย”

แล้วฉันก็ตื่น !

อีกครั้งที่ฉันกับเขาอยู่ด้วยกันในสถานที่เดิม แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม
ฉันยืนอยู่ในห้องครัว เขาอยู่ที่ไหนไม่รู้
แต่เมื่อฉันกำลังจะเดินหันหลังเพื่อไปหยิบอะไรสักอย่าง ฉันก็ชนเขา
นาทีนั้นเรากอดกัน ดังกับว่ามีใครสต๊าฟไว้
ไม่เพียงแค่นั้นเพราะริมฝีปากของฉันไปสัมผัสที่แก้มของเขา
แล้วริมฝีปากของเขาสัมผัสที่ริมฝีปากของฉัน …………

แล้วฉันก็พลันตื่นอีกครั้ง !


รถไฟฟ้ามาหา…เรา

ตุลาคม 6, 2009

คุณว่าบีทีเอสตอนบ่าย ๆ สวยงามไหม?

รถไฟฟ้าขบวนยาว ๆ ขบวนหนึ่งเปิดรับคนแปลกหน้าหลายคนไว้ในนั้น แต่วันนี้….รถไฟฟ้ากลับอบอวลด้วยความอบอุ่น!
สถานการณ์บางอย่างเมื่อทำทุกวัน ทุกวัน และทุกวันจนเกิดความจำเจเลยเถิดจนถึงเบื่อ+หน่าย แต่นั่นเมื่อเราเผชิญเพียงลำพัง
วันธรรมดาอย่างวันนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ไม่ใช่วันเกิด วันปีใหม่ วันหยุดยาว ๆ วันสงกรานต์ วันลอยกระทง ฯลฯ
หากเพียงพิเศษแค่ “คนข้าง ๆ”

ฉันสัมผัสถึงความอบอุ่นบนรถไฟฟ้า
ฉันสัมผัสถึงอาหารมื้ออร่อยแม้จะเหลือเต็มจานและชาม
ฉันสัมผัสถึงระหว่างทางที่ไม่เดียวดาย
ฉันเห็นดวงตายิ้มได้ (คล้าย ๆ พระจันทร์ยิ้มหรือเปล่านะ ฮ่าๆ)

เพราะเขาเจอฉัน ฉันเจอเขา…………… เราหยุดอยู่ด้วยกัน ณ เวลา ณ สถานที่เดียวกัน

ปล. ฉันไม่น้อยใจกับข้อความแฮปปี้เบริ์ดเดย์แล้วล่ะ เพราะเขาจำได้จริง ๆ !
รถไฟฟ้ามาหานะเธอ….. เฮ้อ!


Happy Birthday to ‘Me’

กันยายน 24, 2009

Happy Birthday Happy Birthday to Me
ไม่มีร้านหรูหรู ไม่มีเสียงดนตรี ไม่มีนักร้อง ไม่มีงานปาร์ตี้ และไม่มีเค้ก
มีเพียงอากาศบริสุทธิ์ยามเช้าตรู่ อิ่มเอมใจด้วยการตักบาตร กรวดน้ำ ทำบุญ
นี่ล่ะความสุข ‘พอเพียง’ – คุณว่าไหม

ทว่า การเป็น ‘ผู้ให้และไม่ต้องการเป็นผู้รับเท่าไรนัก’ นั่นคือ คติของฉัน
ไฉนเลยถึงมีความรู้สึกน้อยใจที่ไม่เห็นแมสแซสหรือเสียงจากผู้ชายสองคน
กับคำว่า “สุขสันต์วันเกิดนะน้องพัช” “แฮบบี้ เบริ์ดเดย์ นะน้องทราย”
คำว่าสุขสันต์วันเกิดนะน้องพัช – ฉันไม่ได้ยินนานมากแล้ว แค่หวังเล็ก ๆ เท่านั้น
คำว่าแฮปปี้ เบริ์ดเดย์นะน้องทราย – แค่หวังให้เขาบอกกับฉันเหมือนที่ฉันจำได้ว่าเราเกิดวันเดียวกัน(แต่ละคนพ.ศ.)
ถ้าเป็นคนอื่นเขาคงพูดคำง่าย ๆ แบบนี้ได้ไม่ยาก

พี่ชายทั้งสองคนไม่มีอะไรเหมือนกัน หรือถ้าจะคล้ายคงคล้ายที่ความรู้สึกของฉันเอง
แต่พี่ชายถ่ายภาพเป็นพี่ชายจริง ๆ ความรู้สึกอยากให้เราเป็นพี่น้องกันแบบนี้ตลอดไป – อย่าลืมกันนะ
ส่วนเจ้านายโดเรมอน เขาเป็นทุกสิ่ง+ทุกอย่างสำหรับฉัน

เหงา……………….

ปล.ไงก็ขอบคุณทุกข้อความจากทุกคนนะคะ


“ของขวัญที่ตั้งใจ”

กันยายน 21, 2009

“ทุกปัญหามีทางเข้า” ใครบางคนสอนเอาไว้
“เชื่อและรับฟังอย่างตั้งใจ” ฉันรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ

“บ้าน” กับ “ร้านขนมจีน” มิใช่ความฝันหรอก เพียงแต่เป็นสิ่งที่อยากทำให้พวกเขา
แค่ไม่อยากเขาต้องทำงานแล้ว ให้เหลือคนที่ทำงานคือฉันเอง
มาถึงตอนนี้ความรู้สึก ‘ท้อ’ ถาโถมอย่างหนักหน่วงด้วยเหตุปัจจัยนานานับประการ
จนเกิดคำถามที่ว่า “แล้วฉันจะทำได้หรือไม่”

“บ้าน” กับ “ร้านขนมจีน” คือของขวัญที่อยากให้ “พ่อ” กับ “แม่”
ไม่อยากให้เป็นเพียงนามธรรม แต่จะตั้งใจให้เป็น ‘รูปธรรม’


ผู้ชายกราฟฟิกกับเด็กหญิงนักเขียน

กันยายน 19, 2009

เราแค่มาเจอกัน เขาคงคิดเช่นนั้น
เรามาเจอกัน ฉันคิดอย่างนั้น
เสื้อชมพูปนแดงลายสก๊อตตัวนั้น มันคงอยากเจอกัน มันเลยมาเจอกันในวันแรก
น้ำแก้วนั้นแก้วแรก จากเขาถึงฉัน เขาจะรู้ไหมว่าฉันดีใจแค่ไหน ดีใจเพราะฉันมีตัวตนขึ้นมาแล้ว….
“แน่ใจใช่ไหมว่าคือความรัก เขาเป็นความรัก หรือ คือความประทับใจ”
ฉันไม่รู้ รู้แค่อบอุ่นทุกครั้งที่เราใกล้กัน ไม่ใช่ซิ ที่ฉันเข้าใกล้เขาแล้วบังเอิญที่เขามายืนข้าง ๆ
ไม่อยากจากไปเลย ไม่จากได้ไหม ให้ยังอยู่ได้ไหม ขอเถอะสิ่งดี ๆ ความอบอุ่นได้โปรดให้ครั้งนี้ได้เจอบ้าง
แต่ก็รู้อีกนั่นแหละว่าเป็นไปไม่ได้ มันเป็นไปไม่ได้เลยใช่ไหม
เราก็ไม่ได้เหมือนกันทุกอย่าง แต่เราชอบฟังเพลงเพลงเดียวกัน กินอะไรที่คล้ายกัน ชอบถ่ายภาพเหมือนกัน
เฮ้อ อยากให้ช่วงเวลาดีดีเหล่านี้อยู่ไปนานนานได้ไหม ช่วงเวลาที่มีเรามีเขามีฉัน
เราอยู่ ณ สถานที่เดียวกัน ช่วงเวลาเดียวกัน “อย่าจากไปไหนเลยนะ อย่าไปไหนอีกนะเธอ”


เด็กคนนี้ของพวกคุณ

สิงหาคม 17, 2009

ช่วงชีวิตหนึ่งของการทำงานที่อบอุ่นจนไม่รู้ว่าจะได้เจออีกไหม…
ไม่รู้ว่าอะไรหรืออะไรที่ให้เรามาเจอกัน
ไม่รู้อีกนั่นแหละที่ให้เรามารู้จักกันหรือพบกัน
บางทีการไม่รู้ย่อมดีกว่า เพราะนั่นทำให้ ‘ฉัน’ มาเจอ ‘เธอ’
บางคราการไม่รู้อะไรเลยก็พรากเราห่างกัน

คนละทิศคนละทางต่างที่ต่างเส้นทาง
ไฉนเลยที่ก้าวของสองเท้าพาเรามาเดินตัดกัน
ไม่เพียงแค่เดินตัดกันหากกลายเป็นมิตรภาพ
หกสิบกว่าล้านคนบนประเทศไทย
กี่ล้านล้าน ล้านล้านคนบนโลก มิอาจรู้ได้
จะมีสักคนกี่คนที่ก่อร่างสร้างมิตรภาพได้เช่นนี้
มิตรภาพที่สัมผัสทั้งยามเจอ และไม่เจอ
ก่อร่างสร้างกลายเป็น ‘ฉัน’ และ ‘เธอ’

วันที่เงียบเหงา มีเธออยู่เคียงข้าง
วันที่เหนื่อยหน่าย มีเธอที่คอยปลอบ
วันที่ไม่เข้าใจอะไรบนโลก มีเธอที่ช่วยนำทาง
กับวันที่เปล่า เธอทำให้มันมีคุณค่า

อาจเพียงคำ ๆ สั้นสองพยางค์หกตัวอักษร “ขอบคุณ”
“ขอบคุณความห่วงใย ขอบคุณทุกน้ำใจ
ขอบคุณในความหวังดี ขอบคุณทุกความรักที่มี”

หากฉันไม่ได้เจอกับเธอ แล้วจะเป็นอย่างไร
ขอบคุณความห่วงใย ขอบคุณทุกน้ำใจที่ให้ฉัน
หากเราไม่ได้รักกัน แล้วฉันจะไปรักใคร
ขอบคุณในความหวังดี ขอบคุณทุกความรักที่มี

ขอบคุณพื้นที่เล็ก ๆ ในใจคุณที่เว้นไว้ให้ฉันได้เข้าไปอยู่
ขอบคุณคำสอนให้รู้ว่าโลกมันใหญ่และกว้าง
พื้นที่สีขาวที่มีตัวอักษรไม่กี่ตัวเกลือกกลิ้งอยู่บนหน้ากระดาษแผ่นนี้ อาจไม่มีราคาแพงแต่อย่างใด
อยากบอกว่าพวกคุณทำให้ฉันได้รู้จักกับ “มิตรภาพ ความอบอุ่น และความสนุก”
ที่ไม่รู้ว่าจะได้พบอีกสักครั้งจากช่วงชีวิตของการทำงานบ้างไหม
มีคำพูดมากมายกว่านี้ที่จะบอกกับพวกคุณ แต่ไม่ว่าคำใด ๆ ที่นึกออกมา
ทั้งหมดทั้งสิ้นก็อยู่ในคำ ๆ นี้ “ขอบคุณ” อย่างมากมายจริง ๆ